แบงก์ชาติลดดอกเบี้ยเหลือ 1% ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์

แบงค์ชาติลดดอกเบี้ย 1% และเป็นจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ครับและนี่คือความจริงที่ผมจะบอกทุกคนครับ ล่าสุดเมื่อวานนี้วันที่ 5 นะครับก็แบงค์ชาติประกาศออกมาแล้วนะว่าจะดอกเบี้ย 1.25 เป็น 1% นะครับ ซึ่งตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ดอกเบี้ยต่ำสุดแล้วนะฮะ ซึ่งเหตุผลที่แบงค์ชาติให้ก็คือว่ากระตุ้นเศรษฐกิจครับเนื่องจากมีหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน หนึ่งคือเรื่องของไวรัสโคโลน่าหรือไวรัสอู่ฮั่นนั่นเองนะครับที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศจีนในตอนนี้เลยนะครับ ซึ่งเรื่องต่อไปก็คือว่าเรื่องของการท่องเที่ยวครับตอนนี้คนจีนเนี่ยหายไปแบบมหาศาลมากๆแทบจะไม่เหลือซักเที่ยวเลย และอาจจะเป็นอย่างนี้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 2 เดือนแน่นอน แล้วก็ต้องรอดูว่ามันจะไปกลายเป็นยาวนานแค่ไหนนะ ประกอบกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัวแล้วไทยเองก็จะรอตัวนะครับ ล่าสุดนะครับงบ พรบ. ของรัฐบาลก็ออกล่าช้าด้วยนะ คุณลองนึกภาพดูนะตอนนี้เศรฐกิจกำลังดูซ่อมซ่อแถมโดนพิษอู่ฮั่นด้วยนะครับ ก็ต้องการยาขณะหนึ่งมาฉีดยาตอนนี้เนี่ยทางแบงค์ชาตินี้นะครับก็ผมก็โอเคนะก็ลงมือรวดเร็วนะครับ คือฉีดเข้าไปเลยนะครับลดดอกเบี้ย ถ้าเราไม่พูดถึงไวรัสโคโลน่าหรือไวรัสอู่ฮั่นครับวแล้วมีปัจจัยอื่นที่แบงค์ชาติอยากจะลด ให้เอาจริงๆผมต้องบอกก่อนนะว่าเรื่องการลดดอกเบี้ยเนี่ยมันไม่ใช่เพิ่งพูดกัน มันพูดกันนานมากแล้วนะคนเป็นผู้นำนโยบายการลดดอกเบี้ยนั้นคือนายโดนัลด์ทรัมป์นั้นเองนะครับ ก็พยายามกดดันทางแบงค์ชาติของตัวเองว่าให้ดอกเบี้ยเป็นศูนย์หรืออาจจะต่ำกว่าศูนย์เลยก็เป็นไปได้นะครับ ดังนั้นเทรนดอกเบี้ยโลกเนี่ยยังเป็นขาลง ซึ่งไทยเองก็อาจต้องปรับตัวตามนะ เพราะว่าถ้าไม่ปรับตัวตามจะทำให้เงินข้างนอกจะไหลเข้าไทยยิ่งขึ้นนะเพราะว่าไทยเนี่ยดอกเบี้ยสูงสูงอาจจะมาฝากเงินมาพักเงินไว้ที่นี่นะครับ

เนี่ยการปรับดอกเบี้ยลดลงก็เป็นตามสถานะการของโลกด้วยนะ แล้วไม่ไม่พอนะครับพอปรับดอกเบี้ยลงปุ๊บเนี่ยก็เป็นเหตุผลอีกข้อหนึ่ง นั้นก็คือเรื่องของการลดค่าเงินตัวเองครับ ในข่าวช่วงทั้งต้นปีปลายปีที่แล้วนะครับก็บอกแล้วว่าค่าเงินบาทไทยแข็งและแข็งมานานเนาะ อันนี้ทางแบงค์เขาเองก็พยายามจะผลักดันให้ค่าเงินอ่อนลงอ่อนลงด้วยวิธีต่างๆอย่างมากมาย อย่างเช่นพักเงินไว้ข้างนอกไม่ได้เอาเงินเข้ามาเพื่อให้ค่าเงินอ่อนลง ซึ่งการลดดอกเบี้ยลงเนี่ยมันก็จะช่วยให้ค่าเงินไทยอ่อนลงด้วยนะครับ ด้วยแนวคิดที่ว่าให้ดอกเบี้ยมันต่ำเนี่ยชาวต่างชาติอาจจะเอาเงินออกไป ไปฝากที่อื่นที่ได้เงินเยอะกว่าพอเห็นภาพใช่ไหมครับ แปลว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้เนี่ยมันก็เหมือนยิงนกตัวเดียวได้นกหลายตัวยิงนกทีเดียวได้นกหลายตัว ดังนั้นเนี่ยถ้าใครบอกว่าเศรษฐกิจไทยเป็นยังไงช่วงนี้เป็นช่วงที่จะต้องถือว่าแย่แบบเห็นได้ชัดๆนะครับ ซึ่งรัฐบาลอาจจะไม่ได้ประกาศว่าเศรฐกิจเขาแย่นะแต่ว่านโยบายจากแบงค์ชาติเนี่ยมันทำให้เราสามารถรับรู้ได้ว่าตอนนี้แย่นะ 1% อันนี้จะต่ำที่สุดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่ว่าตอนนี้เศรฐกิจต้องการยาแรง ในการฉีดนะครับ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์ก็มีหลายด้านหนึ่งคืออสังหาเองนะครับ เพราะว่าถ้าดอกเบี้ยถูกนะครับมันก็ทำให้ภาคอสังหาอยากจะกู้เงินหรือว่าอยากจะซื้อขายกันได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนั้นก็ยังจะมีภาคการส่งออกนะเพราะว่าถ้าค่าเงินอ่อนและการส่งออกก็จะง่ายขึ้นแข็งแรงขึ้นนะครับ สุดท้ายแล้วก็คือภาคธุรกิจต่างๆที่กู้เงินมาเป็นดอกเบี้ยลอยตัวดอกเบี้ยอะไรต่างๆเนี่ย ก็ทำให้ต้นทุนการกู้เงินถูกลงนะครับ เท่าที่ฟังมันก็ดูดีทุกอย่างเลยนะทำไมไม่ลดดอกเบี้ยมาตั้งนานแล้ว ซึ่งความจริงเนี่ยมันไม่ง่ายแบบนั้นการลดดอกเบี้ยเนี่ยมันก็มีความเสี่ยงในการเกิดผลกระทบตามหลังมานะครับการลดดอกเบี้ยเข้าใกล้ 0 หรือต่ำๆเนี่ยเขาจะดีเสมอไปนะ อย่างเช่นดูที่ญี่ปุ่นก็ได้แต่ผมชื่นชมนะที่อยู่แบงค์ชาติเนี่ยตอบสนองอย่างรวดเร็วนะไม่ต้องรอนู่นรอนี่มานะครับแล้วก็ลดดอกเบี้ยทันทีเลยนะ ซึ่งการลดดอกเบี้ยเนี่ยมันก็จะมีผลเป็นถึงดอกเบี้ยเงินฝากของพวกเรานะครับแล้วก็ดอกเบี้ยเงินกู้ด้วยนะ แต่ต้องรอเวลานิดนึงนะให้ทางธนาคารเขาปรับตัวต่อแคมเปญนโยบายตัวใหม่ แต่ซึ่งต้องบอกว่ามันลดลงแน่นอนน่ะก็ได้กู้เงินช่วงหลังเนี่ยก็จะโชคดีนะครับก็อิจฉานะคนที่แบบว่าซื้อสลากออมสินไว้ก่อนหน้านี้นะครับเพราะว่ามันจะสูงกว่านะ ถ้าซื้อในช่วงนี้ก็ดอกเบี้ยต่ำกว่านะครับ เอาจริงๆนะการลดดอกเบี้ยเองก็เป็นเหมือนการฉีดยากระตุ้นเศรษฐกิจนะครับ คำถามก็คือว่ามันไหวไหมอันนี้คือสำคัญนะครับปัจจัยบวกมันก็จะดูดีขึ้นแล้วใช่ไหมลดดอกเบี้ยให้อะไรบางอย่างมันดีขึ้นแต่คำถามคือ พอไหวป่ะถ้าลด 0.25% ไม่พออาจจะต้องลดเพิ่มนะครับแต่ยิ่งลดลงไปเท่าไหร่เนี่ยกำลังหรืออาวุธของธนาคารกลางก็จะมีให้เล่นน้อยลงน้อยลงนะครับ ก็เหมือนญี่ปุ่นจนหมดแล้วก็ยังไม่ขึ้นน่ะนั่นคือความน่ากลัวนะ คือต้องลุ้นด้วยกันนะครับซึ่งคำแนะนำของผมนะครับจากประชาชนทั่วไปในการกู้บ้านหน่อยครับ คือผมต้องบอกว่าจริงอยู่ตรงนี้ช่วงนี้ดอกเบี้ยมันมีแนวโน้มลดลงนะเป็นเทรนลดลงเนื่องจากการกดดันของอเมริกาเอง หรือว่าไทยก็ลดดอกเบี้ยตัวเองนะครับผมเข้าใจว่าลดลงนะแต่ผมก็ยังแนะนำให้คุณทำดอกเบี้ยเป็นอัตราฟิกเรทอยู่ดีครับ ฟิกเรทเป็นคำว่าคงที่เช่น 3 ปีแรก 3% คงที่อะไรอย่างนี้นะครับ ซึ่งต้องบอกว่าเมื่อก่อนตอนที่ดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นนะครับในช่วงน่าจะประมาณปีหรือ 2 ปีที่แล้วนะครับ ธนาคารทุกธนาคารไม่มีดอกเบี้ยฟิกเลย เป็นดอกเบี้ยลอยตัวทั้งนั้นเลยนะครับซึ่งตอนนี้อาจจะเริ่มเห็นดอกเบี้ย fix มากขึ้นแล้วนะครับ บัตรเครดิตKTCคือตอนนี้ของไทยเองและของโลก มันไม่ค่อยน่าไว้ใจนะครับมันมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาดอกเบี้ยมันขึ้นได้เลยนะเนี่ยผมคิดว่าถ้าคุณถือทรัพย์สินที่เป็นหนี้ก้อนใหญ่เช่นบ้านหรืออะไรที่มันผ่อนนานๆเนี่ย ถ้าคุณฟิกเรทได้ประมาณ 3 ปีเนี่ยมันปลอดภัยเยอะนะครับ คือไม่ว่าเศรฐกิจเกิดอะไรขึ้นคุณส่งแบงค์ได้แน่นอน พอจะเห็นภาพผมใช่ไหมครับ 2. ครับเรื่องของการประกันครับการที่ดอกเบี้ยลดลงเนี่ยมันมีข้อเสียอย่างหนึ่งที่ว่าบริษัทประกันเนี่ยนะครับ เขาจะหาผลตอบแทนค่อนข้างยากนะครับเมื่อก่อน คุณได้ลองมองย้อนไปได้หลายปีถ้าเป็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่จะเห็นว่าประกันเนี่ยแค่คุณทำประกันคุณได้ดอกเบี้ยสูงมากเลยนะครับ 3% 4% อะไรแบบนี้มันพอเห็นนะครับ แต่ว่าในปัจจุบันนี้นะครับดอกเบี้ยโลกมันต่ำลงครับ ประกันเองเนี่ยเขาก็เอาเงินของคุณไปลงทุนไปซื้อพันธบัตรที่มันมั่นคงเห็นภาพไหมครับ ดังนั้นเมื่อก่อนดอกเบี้ยสูงผลตอบแทนคุณก็ได้สูงแต่พอตอนนี้ต้องยอมรับว่าประกันเองก็จะหาตัวการันตีเรื่องของผลตอบแทนคุณมันหายากมากนะครับ เขาก็เอายกเลิกการการันตีผลตอบแทนไปเลยนะแล้วก็ไปผูกกับเรื่องของหุ้นแทนนะครับ เพราะว่าถ้าเราดูหุ้นเนี่ยนะถ้าดูย้อนหลังไปเนี่ยมันเติบโตดีมากๆตลอดเลยคุณเคยเห็น แต่คุณอย่าลืมนะครับว่าผลตอบแทนย้อนหลังไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคตนะฮะเขาจะบอกว่าให้คุณมาพูดกับหุ้นแทนอาจจะเป็นถ้าเป็น 5% 10% เลยนะเมื่อก่อนได้แค่ 1-2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนะครับ แต่คุณก็รู้หุ้นช่วงนี้มันไม่ค่อยดีนะ ดังนั้นเนี่ยตอนนี้ที่มันลงหุ้นไทยที่มันลงเนี่ยมีคนขาดทุนเหมือนกันนะครับ อยากให้ลองดูว่าโปรดักทางการเงินอะไรที่มันมีความเสี่ยงเนาะลองลดความเสี่ยงตัวเองดูนะครับ ถ้าคุณไม่อยากเสียงมากก็ลองพิจารณาโปรดักทางการเงินให้อย่างถี่ถ้วนมากขึ้นนะครับ